หลักการใช้ Past perfect tense ใช้ยังไง พร้อมตัวอย่างประโยคที่เข้าใจง่าย

เลือกอ่านตามหัวข้อ

เคยสงสัยไหมว่า Past Perfect Tense ใช้ยังไง? ต่างกับ Tense 12 ตัวอื่นๆ ยังไง?

Past Perfect Tense เป็นอีกหนึ่ง tense ที่น่าปวดหัวมากๆ เรียนกันกี่ทีก็ยังไงไม่เข้าใจ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญของ Past perfect คือ การเล่าเหตุการณ์ในอดีตเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งวันนี้ Jasper & Reader จะพาทุกๆ คนไปดูกันว่า 

  • Past Perfect Tense ใช้ยังไง เกี่ยวอะไรกับ had v.3 
  • ความแตกต่างระหว่าง Past perfect tense และ tense อื่นๆ (อันนี้คนสับสนเยอะสุดเลยครับ)
  • ตัวอย่างเพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าใจ Past perfect tense ได้ดีขึ้น

ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย!

Past perfect tense คือ

Past perfect Tense คือ รูปประโยคภาษาอังกฤษที่อธิบายการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตก่อนที่จะมีอีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้น โดยเราจะใช้ past perfect อธิบานเหตุการณ์แรกด้วย had + v3 และตามด้วยคำกำกับเวลาต่อท้ายประโยค เช่น Already, just, yet เพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์ที่ตามมาที่หลังด้วยประโยคถัดไป

ถ้าภาษาอังกฤษไม่มี Past perfect tense และมีแค่ Past simple เราจะไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ไหนเกิดขึ้นก่อนหลัง เช่น Ann left. Sam came to the library. เอ๊ะ? แล้วสรุปเหตุการณ์ไหนเกิดก่อนนะ แอนกลับไปก่อน หรือแซมมาถึงห้องสมุดก่อน? ดังนั้นการใช้ Past perfect จึงสำคัญมากๆ ครับ

โครงสร้าง Past perfect tense

ประธาน + had + V.3

โครงสร้าง Past perfect tense (had v.3) คือ ประธาน ตามด้วยกริยาช่วย “had” ตามด้วยกริยาช่องที่ 3 หรือที่เราเรียกกันว่า past participle ครับ ตารางข้างล่างเป็นคำกริยาต่างๆ ที่เปลี่ยนรูปเมื่อใช้กับ past perfect tense ครับ จะเห็นได้ว่ามีแค่ในส่วนของ Have เท่านั้นที่เปลี่ยน had v.3 ในขณะที่ตัวอื่นๆ เหมือนกับ Past tense ปกติเลยครับ

Subjects Be Have Do
I was had + v.3 did
You were had + v.3 did
He/She/It was had + v.3 did
We were had + v.3 did
They were had + v.3 did

กริยาช่วย “had” เป็นคำบ่งบอกว่าเหตุการณ์สิ้นสุดก่อนเวลาที่เกิดอีกเหตุการณ์นึงในอดีต และ V.3 หรือกริยาช่องที่ 3 ใช้บอกว่าเหตุการณ์นี้เสร็จสิ้นไปแล้วในอดีต 

เมื่อรวมกัน “had + v.3” จะสร้าง Past Perfect Tense ที่ช่วยสร้างลำดับเหตุการณ์ในอดีตที่ชัดเจนและเห็นภาพมากขึ้นว่าเหตุการณ์ไหนเกิดขึ้นก่อน ไม่สับสนเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเรามักจะช่วยร่วมกับ Past simple tense ครับ จะเป็นยังไงไปดูกัน

Past perfect tense กับ Past Simple Tense ใช้ร่วมกันอย่างไร

Past perfect มักใช้ร่วมกับ Past simple tense เพื่ออธิบายเหตุการณ์ 2 อย่างที่เกิดขึ้นในอดีต โดย Past perfect tense ใช้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน และใช้ Past simple tense กับเหตุการณ์ลำดับถัดมา เราลองมาดูตัวอย่างที่ช่วยให้เราเข้าใจ Past perfect tense กับ Past Simple Tense ใช้ร่วมกันอย่างไร ได้มากขึ้นครับ

Ann had already left when Sam came to the library.

“had already left” เป็นกริยาในโครงสร้าง past perfect tense ในขณะที่คำว่า “came” เป็น past simple tense ของคำว่า  “come” ครับ ประโยค past perfect tense “Ann had already left” แสดงให้เห็นว่า แอนกลับไปก่อนที่จะเกิดแซมจะมาถึงห้องสมุด “when Sam came to the library” นั่นเอง

หลายๆ คนอาจคิดว่า ถ้าแบบนั้น เราต้องเอา Past perfect ขึ้นก่อนตลอดเลยใช่ไหม เพื่อให้คนอ่านเข้าใจลำดับเหตุการณ์ที่ถูกต้อง คำตอบคือไม่จำเป็นครับ ลองดูประโยคนี้ครับ

By the time Sam came to the library, Ann had already left.

ประโยคนี้เราเอา Past simple ขึ้นก่อน และตามด้วย Past perfect ครับ แถมความหมายเองก็ไม่เปลี่ยนด้วย

อย่างไรก็ดี มีบางกรณีที่ถึงแม้เราจะใช้ Past simple ทั้ง 2 ประโยค เรายังเข้าใจลำดับเหตุการณ์ได้ นั่นก็คือการใช้ Before กับ After ครับ

John had finished his Grammar homework before he went to bed.

John finished his Grammar homework before he went to bed.

จะเห็นได้ว่า Past simple (John finished) หรือ Past perfect (John had finished) ก็ให้ความหมายเหมือนกันเลยครับ ดังนั้นถ้าเราใช้ before กับ after เราก็ยังรู้ลำดับของเหตุการณ์ได้เหมือนกันครับ

Past Perfect Tense ใช้ตอนไหน

การใช้ past perfect tense สามารถใช้ใน 4 สถานการณ์ คือ เหตุการณ์ที่เกิดก่อนเวลาที่เจาะจงในอดีต, แสดงเหตุและผลในอดีต, เหตุการณ์สมมติในอดีต และคำพูดรายงานข่าว

  • เหตุการณ์ที่เกิดก่อนเวลาที่เจาะจงในอดีต : Past perfect tense ใช้เมื่อต้องการเล่เหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นก่อนเวลาที่เจาะจงในอดีต เช่น “I had seen that movie before it was released.” “ฉันเคยดูภาพยนตร์เรื่องนั้นก่อนที่จะออกฉาย”
  • เหตุและผล (ในอดีต) : Past Perfect Tense สามรถใช้เพื่ออธิบายเหตุและผลของเหตุการณ์สองอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น  “The train had already left when I reached the station.” “รถไฟออกไปแล้วเมื่อฉันไปถึงสถานี”
  • เหตุการณ์สมมติ (ในอดีต) : เช่น If I had known about the traffic, I would have taken the other route “ถ้าฉันรู้เกี่ยวกับการจราจร ฉันคงใช้เส้นทางอื่นไปแล้ว”
  • คำพูดรายงานข่าว – Past Perfect Tense เป็น tense ที่ใช้บ่อยมากๆ ในการรายงานข่าว เพราะ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดก่อนที่คนรายงานข่าวจะรายงานนั่นเอง เราจะเรียกการใช้ลักษณะประโยคแบบนี้ว่า Indirect speech ครับ เช่น Peter said that he had seen Jane at the library a couple of days ago. “ปีเตอร์บอกว่าเขาเห็นเจนที่ห้องสมุดไม่กี่วันก่อน”

Past perfect tense บอกอะไร คนอ่านได้บ้าง?

การใช้ Past Perfect Tense ในประโยคช่วยให้คนอ่านเข้าใจลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเหตุการณ์ไหนเกิดขึ้นก่อนและเหตุการณ์ไหนเกิดตามมาที่หลัง

อ่านมาถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่าเราเข้าใจแนวคิดของ Past perfect มากขึ้นแล้วครับ และนั่นก็คือคีย์เวิร์ดสำคัญอย่าง “ลำดับเหตุการณ์” นั่นเอง ถ้าเราใช้ Past simple ในการเล่าเหตุกาณณ์ในอดีตอย่างเดียว คนฟังจะสับสนมากๆ ครับว่าอะไรเกิดก่อนหลัง แยกไม่ออกว่าเหตุการณ์ไหนสำคัญไม่สำคัญ 

ถ้ามาถึงตรงนี้แล้ว ยังรู้สึกงงๆ อยู่ ไม่รู้ต่างจาก tense อื่นยังไง ผมรวบรวมคำถามของ Past perfect tense กับ tense อื่นๆ ที่หลายๆ คนมักสับสนมารวบไว้ที่นี่แล้ว มาดูกันเลยครับ และเราจะเข้าใจ Past perfect มากขึ้นแน่ๆ

Past Perfect ต่างกับ Past Continuous อย่างไร

Past Continuous ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต ในขณะที่ Past Perfect ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่สิ้นสุดก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อื่นในอดีต ผมสรุปความแตกต่างของ Past perfect กับ Past continuous tense ไว้ทั้งแบบตารางและ Timeline ช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นครับ

She had already studied for her exam เป็น Past perfect tense เพื่อเล่าเหตุการณ์ในอดีตว่า นี่เตรียมตัวสอบเรียบร้อยแล้วนะ เหตุการณ์สิ้นสุดแล้วก่อนจะมีเหตุการณ์อื่นตาม

แต่ถ้าเป็น Past continuous tense ในตัวอย่าง She was studying for her exam คือ การเล่าเหตุการณ์ในอดีตว่า กำลังเตรียมตัวสอบอยู่ แต่ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่

ทั้งสองเหตุการณ์นี้อาจจะเริ่มพร้อมกันก็ได้ แต่ถ้าถามว่าสิ้นสุดพร้อมกันไหม Past perfect tense เหตุการณ์สิ้นสุดก่อนครับ

ถ้าใครยังไม่เข้าใจ ผมเทียบความแตกต่างไว้เป็นตารางให้ดู จะได้เข้าใจง่ายๆ ครับ

Past Perfect Tense Past Continuous Tense
โครงสร้างประโยค Subject + had + past participle (v.3) Subject + was/were + present participle (v.ing)
ใช้ตอนไหน เล่าเหตุการณ์ที่สิ้นสุดแล้วก่อนที่จะเกิดอีกเหตุการณ์นึงขึ้น เล่าเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต
ตัวอย่าง I had eaten dinner when my friend called me.

ฉันทำการบ้านเสร็จแล้วตอนที่เพื่อนฉันโทรมา
I was eating when my friend called me.

ฉันกำลังกินข้าวตอนที่เพื่อนฉันโทรมา

Present Perfect VS Past Perfect ต่างกันยังไง

Present Perfect Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่สิ้นสุดในในอดีต แต่ผลลัพธ์ของเหตุการณ์นั้นยังส่งผลต่อจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ Past perfect ใช้กับเหตุการณ์กับอีกเหตุการณ์หนึ่งก่อนที่จะมีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้นในอดีต

ประโยคแรก Past perfect tense คือ Somsak had already eaten when his friend arrived เป็นการอธิบายเหตุการณ์ในอดีตเป็นลำดับขั้นตอนครับ

เหตุการณ์แรกคือ Somsak กินข้าวเสร็จแล้ว และหลังจากนั้น ไม่รู้ว่าห่างจากตอนกินข้าวเสร็จแล้วนานแค่ไหน เพื่อนของ Somsak ก็ตามมาครับ

ประโยคที่สองคือ Somsak has already eaten เป็นการอธิบายว่า Somsak กินข้าวเสร็จแล้วในอดีต โดยที่ไม่สนใจว่าช่วงเวลาในอดีตคือตอนไหน (ต่างจาก Past perfect tense ที่เรารู้ว่า Somsak กินข้าวเสร็จก่อนที่เพื่อนจะมา) และผลของการกินข้าวก็คือยังอิ่มอยู่นั่นเองครับ

ถ้ายังไม่เข้าใจ ผมลองทำเป็นตารางเปรียบเทียบ Past perfect tense กับ Present perfect tense ให้ดูครับ อาจจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น

Past Perfect Tense Present Perfect Tense
โครงสร้างประโยค Had + Past Participle (v.3) Have/Has + Past Participle (v.3)
ใช้ตอนไหน เล่าเหตุการณ์ที่สิ้นสุดไปแล้วในอดีต ก่อนที่จะเกิดอีกเหตุการณ์ขึ้น เล่าเหตุการณ์ที่สิ้นสุดไปแล้วในอดีต (ไมได้สำคัญว่าช่วงเวลาไหนในอดีต) ซึ่งเหตุการณ์นั้นยังส่งผลกระทบจนถึงปัจจุบันนี้
ตัวอย่างประโยค I had lived at Bangkok.

ฉันเคยอาศัยอยู่ที่กรุงเทพ
(แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว)
I have lived at Bangkok.

ฉันอาศัยอยู่ที่กรุงเทพ
(อยู่มานานแล้ว และในปัจจุบันก็ยังอยู่)
ช่วงเวลาที่เหตุการณ์สิ้นสุด ก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีตจะเกิดขึ้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ความสำคัญของผลลัพธ์ ให้ความสำคัญกับอดีตและลำดับเหตุการณ์ในอดีต ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่เกิดในปัจจุบันที่เกิดจากเหตุการณ์ในอดีต
คำกำกับเวลที่พบบ่อย Had, already, before Since กับ for

Past perfect tense ตัวอย่างประโยค

เราลองมาดูประโยค part perfect ทั้งแบบประโยคบอกเล่า ประโยคคำถาม และประโยคปฏฺิเสธกันเลยครับ

ประธาน ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิสเสธ ประโยคคำถาม
I I had self-studied English I had not self-studied English Had I self-studied English?
You You had self-studied English You had not self-studied English Had you self-studied English?
He/She/It He had self-studied English He/She/It had not self-studied English Had he/she/it self-studied English?
We We had self-studied English We had not self-studied English Had we self-studied English?
They They had self-studied English They had not self-studied English Had they self-studied English?

Past perfect tense ตัวอย่างประโยคบอกเล่า

I had learned English before I moved to the United States.
ฉันเคยเรียนภาษาอังกฤษมาก่อนที่จะย้ายมาที่สหรัฐอเมริกา

They had studied English for three years before they took the IELTS exam.
ฉันเคยเรียนภาษาอังกฤษมาแล้ว 3 ปี ก่อนจะมีสอบ IELTS

When the boss arrived at the office, she had finished the called with her consultants.
เธอคุยกับที่ปรึกษาเสร็จแล้วตอนที่หัวหน้ามาถึงที่ทำงาน

Past perfect tense ตัวอย่างประโยคคำถาม

Had you learned English before you traveled to England?
คุณเคยเรียนภาษาอังกฤษก่อนมาประเทศอังกฤษมาก่อนไหม?

Had they completed the English test before the time ran out?
พวกเขาเคยทำข้อสอบเสร็จก่อนที่จะหมดเวลาสอบบ้างไหม?

Past perfect tense ตัวอย่างประโยคปฏิเสธ

I had not finished my English homework when the teacher asked for my homework.
ฉันยังทำการบ้านไม่เสร็จเลย ตอนที่ครูเรียกเก็บการบ้าน

They had not taken English classes until they moved to an English-speaking country.
พวกเขาไม่ได้ลงเรียนวิชาภาษาอังกฤษจนกระทั่งย้ายไปอยู่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

He had not spoken English fluently before he started his new job.
ก่อนที่เขาจะเริ่มงานที่ใหม่ เขาพูดภาษาอังกฤษยังไม่คล่องเลย

สรุป Past perfect tense

Past Perfect Tense เป็น tense ที่ใช้อธิบายการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์อื่นในอดีต ผ่านการใช้ had v.3 ร่วมกับ Past simple tense เพื่อช่วยบอกลำดับของเหตุการณ์ในอดีต ทำให้การเล่าเรื่องในอดีตมีบริบทมากขึ้น

จบกันไปแล้วสำหรับ Past perfect tense หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Past perfect tense ใช้ยังไง

Subject + had + v.3 คือโครงสร้างที่เราต้องนำไปใช้เมื่อต้องการแต่งประโยค Past perfect tense เพื่อบอกลำดับเหตุการณ์ในอดีต โดย Past perfect ใช้เมื่อต้องการเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่ง

Past Perfect Tense ใช้กับเหตุการณ์อะไร

Past perfect tense สามารถนำไปใช้กับ 4 เหตุการณ์หลักๆ ได้แก่ การรายงานข่าว, เหตุการณ์ที่เกิดก่อนเวลาที่เจาะจงในอดีต, เหตุและผล (ในอดีต), และ เหตุการณ์สมมติ (ในอดีต) ผ่านการใช้ควบคู่กับ Past simple tense

Past simple and Past Perfect ต่างกันยังไง

Past simple คือ เหตุการณ์ที่สิ้นสุดไปแล้วในอดีต ในขณะที่ Past perfect tense เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่เก่ากว่า Past simple tense ครับ เราลองดูตัวอย่าง past perfect vs past simple เช่น "I walked to the store." "I had walked to the store before it started raining." ประโยคแรกคือการเดินไปที่ร้านค้าจบลงแล้ว แต่ประโยคที่สอง การเดินไปยังร้านค้าเกิดขึ้นก่อนที่มีฝนตก

อ่านต่อเลย ถ้าอยากเข้าใจ Past tense แบบใช้งานได้จริง